| โรคตับอักเสบจากไวรัสบี |
|
|
โรคตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากเชื้อแบคทีเรีย,ไวรัส,เชื้อรา เป็นต้น แต่การติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุทที่พบบ่อยที่สุดในประเทศแถบเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบมีหลายชนิด เช่น ชนิดเอ ชนิดบี และชนิดที่ไม่ใช่ทั้งเอและบี ฯลฯ ไวรัสตับอักเสบชนิดบี มีความสำคัญเพราะสามารถทำให้เกิดโรคตับอักเสบแบบเฉียบพลัน เรื้อรัง โรคตับอักเสบจากไวรัสบีมีอาการอย่างไร?อาจจะไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีอาการอ่อนเพลียคลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง หรือที่เรียกว่า “ดีซ่าน” ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีดลง ตับโต ม้ามโต ส่วนใหญ่อาการต่าง ๆ จะหายไปใน 4-6 สัปดาห์ แต่อาจมีผู้ป่วยร้อยละ 10-20 ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบในเลือดต่อไปเป็นปี ๆ หรือตลอดชีวิตโดยไม่มีอาการอะไรเรียกคนกลุ่มนี้ว่าเป็น “พาหะ” แพร่เชื้อต่อไปยังผู้ใกล้ชิดและบุคคลในครอบครัว หรืออาจจะมีอาการตับอักเสบเรื้อรัง และกลายเป็นมะเร็งตับได้ โรคตับอักเสบจากไวรัสบี ติดต่อกันอย่างไร?โดยการสัมผัสกับน้ำลายผู้ป่วย เช่น รับประทานอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง อุจจาระผู้ป่วย หรือเลือดผู้ป่วย เช่น การถ่ยเลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การใช้ใบมีดโกนร่วมกัน การเจาะใบหู การถอนฟัน การสัก ทางเพศสัมพันธ์หรือในเด็กที่เล่นกันจากการกัด การติดเชื้อจากมารดาที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีจะติดเชื้อได้ขณะคลอด ดังนั้นการป้องกันในเด็กทารกแรกเกิดจึงมีความสำคัญที่สุด
คำแนะนำสำหรับผู้ตรวจเลือดพบเชื้อไวรัสตับอักเสบ
|