|
การผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง |
|
|
|
การผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับที่จะใช้ฟอกเลือดในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการฟอกเลือด สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่ต้องเตรียมผู้ป่วยสำหรับการฟอกเลือด คือ การหาทางที่จะนำเลือดเข้าและออกร่างกาย (Vascular access) เพื่อผ่านเครื่องไตเทียม โดยผ่านกระบวนการฟอกเลือด (Hemodlalysis) ให้มีการไหลของเลือดในอัตราตามที่ต้องการ ซึ่งจะต้องได้จำนวนเลือดที่เพียงพอในแต่ละครั้ง ทางหรือระบบที่จะนำเลือดเข้าและออกจากร่างกายมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนประตูหรือทางเดินไปสู่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องรู้จักดูแลตนเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์พยาบาล เพื่อให้เส้นเลือดที่ผ่าตัด (Vascular access) ได้มีอายุการใช้งานได้นานที่สุด และป้องกันผลแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ การเตรียมเส้นเลือดในผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำ ดังนี้แพทย์จะเลือกใช้เส้นเลือดของผู้ป่วยเองเป็นอันดับแรกในการทำผ่าตัดเส้นเลือด เว้นแต่ว่าผู้ป่วยไม่มีเส้นเลือดที่เหมาะสม เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ กัน เช่น ถูกใช้ในการให้ยาเจาะเลือด หรือเส้นเลือดมาก่อนหรือเส้นเลือดเล็กเกินไป จึงจะพิจารณาใช้เส้นเลือดเทียม (Vasculargraft) ในการตัดต่อเส้นเลือด เลือกทำแขนข้างที่ไม่ถนัดก่อน เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย ในขณะที่ทำการฟอกเลือดและเหลือมืออีกข้างที่ถนัดใช้งานได้ แต้ถ้าสภาพหรือลักษณะของเส้นเลือดข้างนั้นไม่เหมาะสม ให้เลือกข้างที่มีสภาพของเส้นเลือดที่เหมาะสมกว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นข้างที่ไม่ถนัด ผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ได้เป็นข้อห้ามไนการผ่าตัดเส้นเลือดถ้าเส้นเลือดของผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่เหมาะสม พิจารณาเลือกตำแหน่งที่แขนก่อนที่ขาเพราะที่ขาจะมีปัญหาการตีบตันของเส้นเลือด ดูแลลำบากและโอกาสติดเชื้อง่ายกว่า แขนข้างที่จะทำผ่าตัดเส้นเลือด ต้องหลีกเลี่ยงการให้น้ำเกลือ เจาะเลือด เพราะอาจเกิดการอักเสบตามมาจนมีผลทำให้เส้นเลือดอุดตันในที่สุดหรือมีผล ทำให้เส้นเลือดเสียหาย การเตรียมเส้นเลือด เพื่อการฟอกเลือดจะต้องเตรียมๆไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพราะหลอดเลือดจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงโตพอที่จะใช้ฟอกเลือดได้หรืออาจนานถึง 3 เดือน แขนข้างที่เคยถูกแทงเส้นเลือด ที่บริเวณไหปลาร้า(Subclavian vein) มาก่อน อาจต้องทำการตรวจดูเส้นเลือดโดยวิธีฉีดสีที่เรียกว่า Venogram หรือวิธี Duplex Scan เพื่อแยกสภาวะตีบตันของเส้นเลือด ถ้าจำเป็นต้องเลือกทำผ่าตัดแขนข้างนั้น แขน เป็นตำแหน่งที่นิยมเลือกใช้ในการทำ Vascular access โดยจะเลือกบริเวณที่ใกล้ข้อมือ เพราะจะทำให้หลอดเลือดดำที่ต่อแล้วมีขนาดใหญ่ง่ายต่อการแทงเข็มและสะดวกกับผู้ป่วย ทั้งสามารถเลื่อนตำแหน่งแทงขึ้นลงได้ โดยไม่ต้องแทงซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ ถ้าแพทย์ไม่สามารถเลือกการต่อหลอดเลือดที่บริเวณข้อมือได้ เนื่องจากหลอดเลือดดำเล็กเกินไปหรือในผู้ป่วยเบาหวาน อาจจะเลื่อนมาทำที่หลอดเลือดแดงที่บริเวณข้อพับหรือต้นแขนตามลำดับ การผ่าตัดเส้นเลือดบริเวณนี้ อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องดมยา
การดูแลเส้นเลือดหลังผ่าตัดยกแขนข้างที่ทำผ่าตัดให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อป้องกันและลดการบวมของมือและแขนข้างนั้นไม่ควรยกของหนัก ไม่ใส่เสื้อที่รัดแขนไม่ใส่นาฬิกาหรือสร้อยข้อมือ หรือนอนหลับโดยหนุนแขนข้างที่ทำ ห้ามฉีดยาหรือแทงเส้นเลือด เพื่อให้น้ำเกลือเจาะเลือด หรือวัดความดันโลหิตแขนข้างที่ทำผ่าตัด เส้นเลือดไว้ เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ดูเรื่องภาวะเลือดออกที่แผล และหมั่นคลำเสียงการสั่นของเส้นเลือด เนื่องจากการไหลเวียนของเลือด (Thrill) และฟังเสียง ฟู (Bruit) เป็นระยะ ๆ ซึ่งถ้าไม่มีการสั่นของเส้นเลือดหรือฟังไม่ได้ยินเสียงฟูหลังจากที่เคยมีมาก่อน แสดงว่าอาจจะเกิดการอุดตันของรอยต่อเส้นเลือด (Flstula) จากการที่มีก้อนเลือด (Hematoma) กดก็ได้ นอกจากนี้ต้องระวังไม่ให้เกิดภาวะปริมาณสารน้ำในร่างกายต่ำ (Hypovolemia) เพราะจะทำให้เกิดภาวะอุดตันของรอยตัดต่อเส้นเลือดได้ หลังการผ่าตัด 4-5 วัน ให้ผู้ป่วยเริ่มทำการออกกำลังแขนเพื่อช่วยให้เส้นเลือดโตเร็วขึ้นโดยให้ผู้ป่วยใช้มือข้างนั้นบีบลูกบอลยางในมือเป็นระยะ ๆ หลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือเย็นจัด ถ้าแขนบวมแดงร้อน หรือมีอาการปวดผิดปกติให้พบแพทย์เป็นการด่วน ตัดไหมแผลหลังผ่าตัด 10-14 วัน ทำความสะอาดแขน โดยฟอกสบู่วันละครั้งและทาน้ำยารักษาไม่ให้ผิวหนังแตกหรือแห้งหลังจากตัดไหมแผลผ่าตัดแล้ว
|