Home สาระสุขภาพ

การผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 

การผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับที่จะใช้ฟอกเลือดในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

           

             ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง  ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการฟอกเลือด  สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่ต้องเตรียมผู้ป่วยสำหรับการฟอกเลือด  คือ  การหาทางที่จะนำเลือดเข้าและออกร่างกาย  (Vascular access) เพื่อผ่านเครื่องไตเทียม โดยผ่านกระบวนการฟอกเลือด (Hemodlalysis)  ให้มีการไหลของเลือดในอัตราตามที่ต้องการ  ซึ่งจะต้องได้จำนวนเลือดที่เพียงพอในแต่ละครั้ง                

             ทางหรือระบบที่จะนำเลือดเข้าและออกจากร่างกายมีความสำคัญเป็นอย่างมาก  เปรียบเสมือนประตูหรือทางเดินไปสู่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง  ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องรู้จักดูแลตนเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์พยาบาล  เพื่อให้เส้นเลือดที่ผ่าตัด  (Vascular  access)  ได้มีอายุการใช้งานได้นานที่สุด  และป้องกันผลแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

  

การเตรียมเส้นเลือดในผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำ ดังนี้

  1. แพทย์จะเลือกใช้เส้นเลือดของผู้ป่วยเองเป็นอันดับแรกในการทำผ่าตัดเส้นเลือด  เว้นแต่ว่าผู้ป่วยไม่มีเส้นเลือดที่เหมาะสม  เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ  กัน  เช่น  ถูกใช้ในการให้ยาเจาะเลือด  หรือเส้นเลือดมาก่อนหรือเส้นเลือดเล็กเกินไป  จึงจะพิจารณาใช้เส้นเลือดเทียม  (Vasculargraft)  ในการตัดต่อเส้นเลือด
  2. เลือกทำแขนข้างที่ไม่ถนัดก่อน  เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย  ในขณะที่ทำการฟอกเลือดและเหลือมืออีกข้างที่ถนัดใช้งานได้  แต้ถ้าสภาพหรือลักษณะของเส้นเลือดข้างนั้นไม่เหมาะสม  ให้เลือกข้างที่มีสภาพของเส้นเลือดที่เหมาะสมกว่า  ถึงแม้ว่าจะเป็นข้างที่ไม่ถนัด
  3. ผู้ป่วยเบาหวาน  ไม่ได้เป็นข้อห้ามไนการผ่าตัดเส้นเลือดถ้าเส้นเลือดของผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่เหมาะสม
  4. พิจารณาเลือกตำแหน่งที่แขนก่อนที่ขาเพราะที่ขาจะมีปัญหาการตีบตันของเส้นเลือด  ดูแลลำบากและโอกาสติดเชื้อง่ายกว่า
  5. แขนข้างที่จะทำผ่าตัดเส้นเลือด  ต้องหลีกเลี่ยงการให้น้ำเกลือ  เจาะเลือด  เพราะอาจเกิดการอักเสบตามมาจนมีผลทำให้เส้นเลือดอุดตันในที่สุดหรือมีผล  ทำให้เส้นเลือดเสียหาย
  6. การเตรียมเส้นเลือด  เพื่อการฟอกเลือดจะต้องเตรียมๆไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย  3  เดือน  เพราะหลอดเลือดจะใช้เวลาประมาณ 4-6  สัปดาห์  จึงโตพอที่จะใช้ฟอกเลือดได้หรืออาจนานถึง  3  เดือน
  7. แขนข้างที่เคยถูกแทงเส้นเลือด  ที่บริเวณไหปลาร้า(Subclavian  vein)  มาก่อน  อาจต้องทำการตรวจดูเส้นเลือดโดยวิธีฉีดสีที่เรียกว่า  Venogram  หรือวิธี   Duplex  Scan  เพื่อแยกสภาวะตีบตันของเส้นเลือด ถ้าจำเป็นต้องเลือกทำผ่าตัดแขนข้างนั้น
  8. แขน  เป็นตำแหน่งที่นิยมเลือกใช้ในการทำ  Vascular  access  โดยจะเลือกบริเวณที่ใกล้ข้อมือ  เพราะจะทำให้หลอดเลือดดำที่ต่อแล้วมีขนาดใหญ่ง่ายต่อการแทงเข็มและสะดวกกับผู้ป่วย  ทั้งสามารถเลื่อนตำแหน่งแทงขึ้นลงได้  โดยไม่ต้องแทงซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ
  9. ถ้าแพทย์ไม่สามารถเลือกการต่อหลอดเลือดที่บริเวณข้อมือได้  เนื่องจากหลอดเลือดดำเล็กเกินไปหรือในผู้ป่วยเบาหวาน   อาจจะเลื่อนมาทำที่หลอดเลือดแดงที่บริเวณข้อพับหรือต้นแขนตามลำดับ
  10. การผ่าตัดเส้นเลือดบริเวณนี้  อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องดมยา

การดูแลเส้นเลือดหลังผ่าตัด

  1. ยกแขนข้างที่ทำผ่าตัดให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อป้องกันและลดการบวมของมือและแขนข้างนั้นไม่ควรยกของหนัก  ไม่ใส่เสื้อที่รัดแขนไม่ใส่นาฬิกาหรือสร้อยข้อมือ หรือนอนหลับโดยหนุนแขนข้างที่ทำ
  2. ห้ามฉีดยาหรือแทงเส้นเลือด  เพื่อให้น้ำเกลือเจาะเลือด  หรือวัดความดันโลหิตแขนข้างที่ทำผ่าตัด เส้นเลือดไว้  เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้
  3. ดูเรื่องภาวะเลือดออกที่แผล  และหมั่นคลำเสียงการสั่นของเส้นเลือด  เนื่องจากการไหลเวียนของเลือด  (Thrill)  และฟังเสียง ฟู (Bruit)  เป็นระยะ ๆ ซึ่งถ้าไม่มีการสั่นของเส้นเลือดหรือฟังไม่ได้ยินเสียงฟูหลังจากที่เคยมีมาก่อน  แสดงว่าอาจจะเกิดการอุดตันของรอยต่อเส้นเลือด  (Flstula)  จากการที่มีก้อนเลือด  (Hematoma)  กดก็ได้  นอกจากนี้ต้องระวังไม่ให้เกิดภาวะปริมาณสารน้ำในร่างกายต่ำ  (Hypovolemia)  เพราะจะทำให้เกิดภาวะอุดตันของรอยตัดต่อเส้นเลือดได้
  4. หลังการผ่าตัด  4-5  วัน ให้ผู้ป่วยเริ่มทำการออกกำลังแขนเพื่อช่วยให้เส้นเลือดโตเร็วขึ้นโดยให้ผู้ป่วยใช้มือข้างนั้นบีบลูกบอลยางในมือเป็นระยะ  
  5. หลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือเย็นจัด
  6. ถ้าแขนบวมแดงร้อน  หรือมีอาการปวดผิดปกติให้พบแพทย์เป็นการด่วน
  7. ตัดไหมแผลหลังผ่าตัด  10-14  วัน
  8. ทำความสะอาดแขน  โดยฟอกสบู่วันละครั้งและทาน้ำยารักษาไม่ให้ผิวหนังแตกหรือแห้งหลังจากตัดไหมแผลผ่าตัดแล้ว

  

 

 

 

Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.