|
ในอดีตอุบัติการณ์ของตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ในเด็กอายุระหว่าง 5-14 ปีค่อนข้างสูง ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย เด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการแต่ก็สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ใหญ่ส่วนมากมีภูมิต้านทานต่อเชื้อนี้ในปัจจุบันอุบัติการณ์ของเชื้อไวรัสตับอักเสบกำลังลดลง ทั้งนี้เนื่องจากอนามัยส่วนบุคคลที่ดีขึ้นทำให้เด็กติดเชื้อไวรัสนี้น้อยลงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงไม่มีภูมิต้านทานโรคผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื่อจะมีอาการตับอักเสบรุนแรงกว่าเด็กทำให้ต้องหยุดงานและขาดรายได้ อาการของโรคไวรัสตับอักเสบเอในเด็ก ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจะเริ่มมีอาการ 15-50 วันหลังได้รับเชื้อ อาการของโรคตับอักเสบจะคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเกิดจากจากไวรัสตับอักเสบชนิดเอหรือ บี โดยในระยะ 3-7 วันแรกจะมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนเจ็บที่ใต้ชายโครงขวา ต่อจากนั้นจะมีปัสสาวะสีเข้มขึ้นเหมือนสีชา บางคนอาจมีอุจจาระสีเหลืองซีดลง ไข้เริ่มลดลง ผู้ป่วยหยุดอาเจียนและเริ่มอยากกินอาหารในขณะเดียวกับที่สังเกตเห็นว่ามีตัวเหลืองตาเหลือง(ดีซ่าน) เกิดขึ้น อาการดีซ่านนี้จะเป็นอยู่ราว 1-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติในเวลาไม่เกิน 4-8 สัปดาห์ มีบางรายที่อาจมีดีซ่านกับอุจจาระสีเหลือง ซีดนานเกิน 2 เดือน แต่ในที่สุดก็จะหายเป็นปกติ ไม่มีผู้ใดกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือตับแข็ง การรักษาไวรัสตับอักเสบเอในเด็ก ยังไม่มีการรักษาเฉพาะและยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ การรักษาส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาประคับประคอง โดยให้นอนพักมาก ๆ ห้ามเล่น ซนในช่วงที่มีอาการตาเหลือง ควรให้หยุดเรียนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่เริ่มมีอาการให้ไปโรงเรียนได้ เมื่อหายอ่อนเพลีย ตาเหลืองลดลง และปัสสาวะใสขึ้น แต่ก็ยังห้ามเล่นพละจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ในเรื่องอาหาร ถ้ายังมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหารให้อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น น้ำหวาน เมื่อเริ่มกินได้ให้กินอาหารตามปกติ ถ้ากินอาหารไขมันแล้วท้องอืด หรือปวดท้องให้งดไว้ก่อน ถ้ากินอาหารไม่ได้เลยให้พบแพทย์เพื่อรับน้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือด วิธีป้องกัน เนื่องจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอติดต่อกันทางอาหารและน้ำดื่ม ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจะขับถ่ายเชื้อนี้ออกมากับอุจจาระเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มมีอาการดีซ่านให้เห็นชัดเจน ดังนั้นถ้ามิได้รักษาอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หรือขับถ่ายไม่เป็นที่ก็จะเกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย วิธีป้องกันอีกทางคือการให้วัคซีน ซึ่งควรฉีดในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบเอสำหรับเด็กการฉีดวัคซีนควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์และผู้ปกครอง นอกจากนี้ให้เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะพบไม่บ่อยนัก คือ ภาวะตับวาย ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายรวดเดียวหมดโดยถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง(เอะอะโวยวายหรือซึมลง) มีไข้กลับมาอีก ตาเหลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีเลือดออกผิดปกติ ให้รีบกลับไปพบแพทย์ทันที
|